โรงเรียนบ้านนาพา

หมู่ที่ 5 บ้านนาพา ตำบลถ้ำพรรณรา อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช 80260

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

084 8416136

มังคุด คุณค่าทางยาและประโยชน์ของเปลือกมังคุด

มังคุด

มังคุด  ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นราชินีแห่งผลไม้ เป็นผลไม้เมืองร้อนที่มีรสชาติหวานและมีกลิ่นหอม มังคุด ไม่เพียงแต่อุดมไปด้วยสารอาหาร และรสชาติที่น่าดึงดูดเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าทางยา และมีผลการรักษาที่ชัดเจนต่อโรคบางชนิดของมนุษย์
เนื้อมังคุด ประกอบด้วยของแข็งที่ละลายน้ำได้16.8% กรดซิตริก0.63% และวิตามิน บี1 บี2 ซี4 และแร่ธาตุอื่นๆ มีฤทธิ์ช่วยลดความแห้ง คลายความร้อนและลดความร้อน

ประสิทธิภาพและบทบาทของมังคุด

1. มังคุดสามารถเสริมโภชนาการ มังคุดเป็นผลไม้เมืองร้อนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ผลไม้ชนิดนี้ไม่เพียงแต่มีฟรุกโตสจำนวนมาก แต่ยังมีส่วนประกอบที่เป็นกรดอีกด้วย นอกจากนี้แร่ธาตุวิตามินกรดอะมิโน และฟลาโวนอยด์ยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในมังคุด ผู้คนมักรับประทานมังคุด เพราะสามารถดูดซึมสารอาหาร ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกาย และบรรเทาอาการอ่อนแอได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. มังคุดสามารถให้พลังงานแก่ร่างกายมนุษย์ มังคุดเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง โดยเฉพาะน้ำตาลเหล่านี้ สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว หลังจากเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของการเผาผลาญตามปกติของร่างกายมนุษย์ และสามารถบรรเทาความเมื่อยล้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย นอกจากนี้มังคุดยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุเช่น แคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งสารเหล่านี้เป็นส่วนประกอบสำคัญ ที่ส่งเสริมพัฒนาการของกระดูกมนุษย์ ดังนั้นการรับประทานมังคุดให้มากขึ้น จึงไม่เพียงเสริมแคลเซียมเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมพัฒนาการของกระดูกอีกด้วย

คุณค่าทางยาของมังคุด

1. มังคุดสามารถป้องกันการติดเชื้อที่ผิวหนัง มีส่วนผสมของยาจากธรรมชาติจำนวนมาก และความสามารถในการต้านการอักเสบ การฆ่าเชื้อนั้นมีฤทธิ์แรงโดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้เป็นยาสามัญในการรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนังนอกจากนี้ เมื่อคนมีไข้ติดเชื้อที่ผิวหนังก็สามารถรักษา คุณสามารถนำเปลือกมังคุดออก ล้างด้วยน้ำสะอาดและดื่มได้โดยตรง

2. มังคุดสามารถรักษาแผลต่างๆ เพราะมันเป็นผลไม้เย็นชนิดหนึ่ง สามารถขจัดสารพิษความร้อนออกจากร่างกาย เห็นได้ชัดจากอาการร้อนใน หรือแผลที่ลิ้นทุกชนิดที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม หรือแผลในช่องปาก โรคทั่วไปอื่นๆ นอกจากนี้ถ้าหากเรากินมังคุด แล้วรู้สึกไม่สบายหลังจากกิน การบริโภคมังคุดในเวลาที่เหมาะสม ก็อาจทำให้อาการไม่สบายเหล่านั้นดีขึ้นได้

การกินเปลือกมังคุดมีประโยชน์อย่างไร ทุกคนต้องเคยกินมังคุด คนส่วนใหญ่มักกินมังคุด แต่พวกเขาจะเอาเปลือกสีม่วงเข้มด้านนอกออก และกินแต่เนื้อสีขาวด้านในเท่านั้น ผิวมังคุดที่ทิ้งแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ในการบริโภคของมนุษย์ได้อีกด้วย ยังสามารถปกป้องร่างกาย และป้องกันโรคต่างๆ ได้

การกินเปลือกมังคุดมีประโยชน์อย่างไร

1. ต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อ โดยปกติแล้วคนที่รับประทานเปลือกมังคุด สามารถกำจัดแบคทีเรียที่บอบบาง และแบคทีเรียที่ก่อโรคในร่างกาย ป้องกันการอักเสบในร่างกายได้ เนื่องจากสารประกอบต่างที่มีอยู่ในเปลือกมังคุด มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรียอย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้แบคทีเรียในร่างกายสูญเสียไปได้ ยังสามารถป้องกันไม่ให้แบคทีเรีย ไวรัสแพร่พันธุ์ในร่างกายมนุษย์ คนทั่วไปใช้ต้มน้ำและดื่ม สามารถต้านเชื้อแบคทีเรียหรือฆ่าเชื้อได้ ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่เห็นได้ชัดอีกด้วย

2. บำรุงสุขภาพผิว ผิวเปลือกมังคุด สามารถรักษาสุขภาพของผิวหนังมนุษย์ได้ เนื่องจากอุดมไปด้วยแทนนิน และธาตุต่างๆ มากมาย หลังจากที่สารเหล่านี้ถูกดูดซึมโดยร่างกายมนุษย์แล้ว สารเหล่านี้จะสามารถส่งเสริมการสร้างใหม่ของเซลล์ผิวหนังของมนุษย์ได้ สามารถเร่งการรักษาบาดแผลได้เร็วขึ้น ลดสิว และสามารถทำให้ผิวเรียบเนียนอ่อนโยนมีสุขภาพดีขึ้น นอกจากนี้การล้างหน้าด้วยน้ำมังคุด สามารถบรรเทาความแห้งกร้านของผิว ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น

3. ขจัดกลิ่นแปลกๆ เปลือก มังคุด อุดมไปด้วยน้ำมันระเหย และสารอะโรมาติกบางชนิด มีกลิ่นหอมหลังจากคนแห้ง เปลือกมังคุดที่เก็บได้แล้ว ให้นำไปแช่ตู้เย็นหรือตู้เสื้อผ้า เพื่อขจัดกลิ่นแปลกๆ ที่ปรากฏในตู้เย็นและตู้เสื้อผ้า นำไปใส่ในตู้เย็น ตู้เย็น สามารถทำให้อาหารที่เก็บไว้ในตู้เย็นมีกลิ่นหอมอ่อนๆ

วิธีปอกเปลือก มังคุด  ก่อนอื่นเราต้องเตรียมมีดทำครัว ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เราต้องใช้ในการปอกเปลือกมังคุด จากนั้นนำใบของมังคุดออกให้หมด เหลือไว้แค่ผล จากนั้นใช้มีดทำครัวปาดไปตามผล โดยระวังอย่าให้เนื้อเละ ในตอนนี้เราสามารถปอกเปลือกมังคุดทั้งลูกตามรอยผ่านี้ได้ ในตอนท้ายให้นำเยื่อออก ในเวลานี้ระวังอย่าให้ผิวสีม่วงของมังคุดโดนเนื้อเยื่อ ไม่งั้นจะรู้สึกฝาด

ยังมีอีกวิธีที่คนทั่วไปนิยมทำกันคือ ดึงจุกด้านบนออก ลูกที่สุกได้ที่จุกจะเป็นสีเขียวเข้ม กลีบอาจจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หากดึงออกก็จะหลุดทันที บีบจากบนลงล่าง ค่อยๆ บีบทั้งสองข้างจากด้านบน เปลือกมังคุดก็จะเริ่มแยกตัวออกจากกัน บีบให้เกิดรอยแยก แตกลงไปด้านล่างเรื่อยๆ ค่อยๆ แยกเปลือกทั้งสองข้างออกจากกัน แล้วเขย่านิดนึง เนื้อมังคุดก็จะหลุดออกมา จากนั้นก็สามารถรับประทานได้เลย

 

บทความอื่นที่น่าสนใจ  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลกระทบการทำงานของระบบประสาทอย่างไรบ้าง